เกี่ยวกับศิษย์เก่า

"ศิษย์เก่า" เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันและวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เพื่อส่งเสริมและประสานความร่วมมือในด้านการพัฒนาวิทยาลัย โดยเป็นศูนย์ประสานงานกลางระหว่างหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิษย์เก่าของวิทยาลัย ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ากับศิษย์เก่า ศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบันและวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างกันของศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เพื่อเป็นกลไกประสานความร่วมมือศิษย์เก่าเพื่อพัฒนาและวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เพื่อประสานบทบาทของศิษย์เก่าในการสร้างสรรค์ จรรโลงกิจกรรมทางวิชาการระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้อง และสร้างเสริมการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ข่าวสาร

2563/08/30 17:16

กลุ่มไทยภักดี จัดกิจกรรมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ด้าน “วิชัย” ขึ้นเวทีย้ำ 5 อุดมการณ์ ปกป้องสถาบัน

  กลุ่มไทยภักดี จัดกิจกรรมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ด้าน “วิชัย” ขึ้นเวทีย้ำ 5 อุดมการณ์ ปกป้องสถาบัน วันที่ 30 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) อาคารกีฬาเวสน์ 2 มีการจัดกิจกรรมของกลุ่มไทยภักดี โดยตามกำหนดการกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 - 18.00 น. นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี ซึ่งในงานนี้ยังมีการขึ้นปราศรัยของบุคคลต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ อุ๊ หฤทัย ม่วงบุญศรี ที่จะขึ้นพูดในหัวข้อ คนไทยควรทำอย่างไร ประเทศชาติเราจึงจะผ่านความขัดแย้งนี้ไปได้ นอกจากนี้ยังมีประชาชนจากกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมด้วย โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพเกษียณอายุราชการ เป็นราชองครักษ์พิเศษ ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเป็น "0" ขณะผู้รักษาหายจากโควิด-19 มีเพิ่ม 10 ราย 2 ส.ส.พปชร. หวังนักท่องเที่ยวกลับมา 'ภูเก็ต' หลัง รบ.ปลดล็อกให้เข้าไทย กระทั่งเวลา 14.00 น. กลุ่มไทยภักดี เริ่มกิจกรรมการปราศรัยโดย นายวิชัย ล้ำสุทธิ เลขาธิการกลุ่มไทยภักดี ขึ้นเวทีเป็นคนแรก พร้อมระบุจุดประสงค์ว่า เพื่อปกป้องสถาบัน และย้ำอุดมการณ์ 5 ข้อ ขณะที่ประชาชนก็ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง.

Read More

2563/08/30 17:16

ความน่าเชื่อถือ "ธนาธร" ลดฮวบ คนยังหนุน "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ

  “ซูเปอร์โพล” เผยความน่าเชื่อถือ “ธนาธร” ลดลง ปมบอกศาล จำไม่ได้เรื่องโอนหุ้น และเงินบริจาคโควิด คนส่วนใหญ่ยังหนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ มากกว่า “ธนาธร” เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนหนุนใคร กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,645 ตัวอย่าง พบว่า การรับรู้ของประชาชนที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แก่ เมื่อปีที่แล้ว นายธนาธร บอกศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบ จำไม่ได้เรื่องโอนหุ้น ร้อยละ 90.6 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของนายธนาธร ในขณะที่ร้อยละ 9.4 ไม่มีผล นอกจากนี้เมื่อปีนี้ ช่วงวิกฤติโควิด-19 กลุ่มนายธนาธรระดมเงินบริจาคแจกประชาชน แต่ไม่ได้แจกเงินทุนที่ได้มาให้หมดแก่ประชาชน ร้อยละ 90.3 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของนายธนาธร ในขณะที่ร้อยละ 9.7 ไม่มีผล เพื่อไทย ย้ำ ค้านตั้งงบสู้คดีเหมืองทอง อัด “บิ๊กตู่” ต้องรับผิดชอบ รัฐบาลยืนยันไม่ทิ้งชาวประมง นายกฯ พร้อมรับฟังข้อเรียกร้องร่วมหาทางออก เปิดเวที ฟังความเดือดร้อนจากโควิด-19 ติง รัฐปลุกไทยเที่ยวไทย ไม่สำเร็จ ในขณะที่ผลประมวลการรับรู้ของประชาชนที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า เมื่อประชาชนไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้มีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กนักเรียน เยาวชนที่ยากจนพิเศษได้ทุนเรียนฟรี พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับพัฒนาทักษะมีงานทำ กำลังขยายถึงปริญญาตรี ร้อยละ 69.7 มีผลในขณะที่ร้อยละ 30.3 ไม่มีผล นอกจากนี้ เมื่อไม่รู้ว่า รัฐบาลทำให้ประชาชนปลูกไม้มีค่าขายได้ คนอยู่กับป่าได้ตามที่กฎหมายกำหนด และในเมืองมีระบบขนส่งรถไฟฟ้า ความเจริญด้านเทคโนโลยี เกิดขึ้นหลายแห่ง ร้อยละ 68.9 มีผล ในขณะที่ร้อยละ 31.1 ไม่มีผล ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อไม่รู้ว่า โครงการชิมช้อปใช้ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 69.4 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ร้อยละ 30.6 ไม่มีผล นอกจากนี้เมื่อประชาชนไม่รู้ว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้ซื้อสินค้าจำเป็นได้ ซื้ออุปกรณ์การเรียนได้ ซื้อวัสดุการเกษตรได้ ซื้อตั๋วรถโดยสาร ตั๋วรถไฟได้ ร้อยละ 69.8 มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ร้อยละ 30.2 ไม่มีผล ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามว่า คนที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ที่จับต้องได้ ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่ากันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายธนาธร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.6 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ร้อยละ 17.1 ระบุ นายธนาธร และร้อยละ 6.3 ระบุอื่นๆ เมื่อถามว่า คนที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่ากันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายธนาธร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.8 สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่ร้อยละ 19.2 สนับสนุน นายธนาธร และร้อยละ 10.0 ระบุอื่นๆ ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า วาทกรรมทางการเมืองที่แต่ละฝ่ายเร่งปลุกปั่นกระแสกันในขณะนี้ กับผลของการทำงานที่จับต้องได้ของผู้นำทางการเมืองแต่ละฝ่ายกำลังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อนายธนาธร และ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างชัดเจน โดยพบว่า เมื่อประชาชนจำได้ว่า ปีที่แล้ว นายธนาธร บอกต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ทราบ จำไม่ได้เรื่องการโอนหุ้น และปีนี้มีเรื่องเงินบริจาคช่วงโควิด-19 ที่แจกเงินให้ประชาชนไม่หมดดังปรากฏตามข่าว กำลังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของนายธนาธร ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะได้รับผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือเพราะประชาชนไม่รู้เรื่องในผลงานที่ผ่านที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เช่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของรัฐบาล ที่ช่วยเหลือเด็กนักเรียน เยาวชนยากจนพิเศษหลายแสนรายทั่วประเทศให้มีทุนเรียนฟรี มีเสื้อผ้านักเรียน อาหารฟรี อุปกรณ์การเรียนฟรี พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับการดูแลเรื่องสัมมาชีพ และกำลังจะขยายผลถึงระดับปริญญาตรีมีทุนเรียนฟรีแบบให้เปล่า เรียนจบมีงานทำ ซึ่งการไม่รู้ของประชาชนเหล่านี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือของ พล.อ.ประยุทธ์ เช่นกัน “ถ้าประชาชนจำผลงานที่จับต้องได้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผลดีส่งผลทำให้ประชาชนสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่านายธนาธร ที่ปีที่แล้วมีเรื่อง ไม่ทราบ จำไม่ได้ เรื่องการโอนหุ้น กับปีนี้มีเรื่อง เงินบริจาคช่วงโควิด-19 ที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อนายธนาธร แต่การยุยง ปลุกปั่นกระแสการเมืองที่แรงๆ ใช้การสื่อสารข้อความการเมืองสั้นๆ โดนใจคนรุ่นใหม่สามารถปั่นเบี่ยงเบนกลบกระแสแย่ๆ ของฝ่ายการเมืองได้ และถูกผสมโรงรุมถล่มประเทศไทยจากฝ่ายการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังรวมตัวกันสั่นคลอนเสาหลักของชาติในเวลานี้ ดังนั้น ถ้าคนไทยทั้งประเทศรู้เท่าทันไม่ทำตามการออกแบบชักจูงของต่างชาติ บ้านเมืองก็จะไม่วิกฤติแย่ลงไปมากกว่านี้อีก”. อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง “ธนาธร” ลุยทำหน้าที่ กมธ. ฉะงบ 64 ไม่สอดรับโควิด ส่อภาระผูกพันถึงลูกหลาน ธนาธรโผล่นั่ง กมธ.งบประมาณ ปี 64 “ธนาธร” ประกาศกร้าวพร้อมเขย่าเลือกตั้งท้องถิ่น เล็งส่งผู้สมัคร 4,000 แห่ง “ธนาธร” ชวนจับตาอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน เชื่อ ส.ส.ก้าวไกล ไม่ทำให้ผิดหวัง คณะก้าวหน้า แจงชัด แจกคนละ 3 พัน สู้โควิด-19 ไม่ใช่เงิน "ธนาธร"

Read More

2563/08/30 17:15

ข่าวบิดเบือน อ้าง ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ปี 63 วงเงินรายละ 50,000 บาท

          ธ.ก.ส. แจงข่าวบิดเบือน อ้างปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ปี 63 วงเงินรายละ 50,000 บาท และคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 0.85% ต่อเดือน บอกเป็นสินเชื่อเก่า ตั้งแต่ปี 2561    ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ชี้แจงตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ปี 63 ให้วงเงินรายละ 50,000 บาท ว่า จากกรณีข่าวเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ที่ระบุว่า ธ.ก.ส. ได้ปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชาชน โดยสามารถขอยื่นกู้ฉุกเฉิน ได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท และคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 0.85% ต่อเดือน ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ชี้แจงว่า เป็นข้อมูลบิดเบือน เนื่องจากธนาคารเคยให้สินเชื่อดังกล่าวจริง แต่ขณะนี้จบโครงการไปแล้ว ซึ่งสิ้นสุดการจ่ายเงินกู้ตั้งแต่ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 มหกรรมการเงินระยองมาแล้ว! กู้บ้าน 0% นาน 3 เดือน ซื้อประกันลุ้นไอโฟน หุ้นแบงก์ได้ประโยชน์ รัฐอุ้ม “7 สายการบิน” ตามคำขอ ส่วนสินเชื่อฉุกเฉินปัจจุบันนั้น เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 ที่ได้เห็นชอบมาตรการดูแล และเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยจัดทำโครงการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ที่มีวัตถุประสงค์การให้กู้เงิน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่จำเป็นและฉุกเฉิน ซึ่งผู้กู้ต้องเป็นเกษตรกรลูกค้า ลูกค้าบุคคลทั่วไป หรือบุคคลในครอบครัวของเกษตรกรที่ยังไม่เป็นลูกค้าเงินกู้ของ ธ.ก.ส. โดยวงเงินกู้ต่อราย ไม่เกิน 10,000 บาท ระยะเวลาการจ่ายเงินกู้ ไม่เกินวันที่ 30 ธันวาคม 2563 และมีอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.1 ต่อเดือน (Flat Rate) กำหนดระยะเวลาชำระหนี้เป็นรายเดือน หรือราย 3 เดือน หรือราย 6 เดือน ตามความสามารถในการชำระหนี้และที่มาแห่งรายได้ โดยให้ชำระหนี้คืนเสร็จไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ทั้งนี้ ให้ปลอดชำระต้นเงินและปลอดชำระดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 6 เดือนแรก นับแต่วันกู้ Money Amulet เครื่องรางเปลี่ยนชีวิต พกไว้ช่วยได้ รวยวันรวยคืน! อ่านตรงนี้   เรียนรู้เพิ่มเติม→         อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ธอส. ธ.ก.ส.ส่งมาตรการลดดอกเบี้ย ปล่อยเงินกู้ ช่วยผู้ประสบภัยพายุฮีโกส เคาะประกันรายได้สินค้าเกษตร ธ.ก.ส.คาดยอดเงินฝากถึงเป้า 65,000 ล้าน เผยกลยุทธ์ดี มาตรการรัฐหนุน มั่นใจงบปี 64 มีเพียงพอจ่าย “บัตรคนจน” ธ.ก.ส.โอนแล้วเงินเยียวยาเกษตรงวดสุดท้าย ธ.ก.ส.ชงบอร์ดยืดหนี้เอสเอ็มอีอีก 3 เดือน ลูกค้าวิสาหกิจชุมชน-กองทุนหมู่บ้านมีเฮ

Read More

2563/08/30 17:15

ข่าวปลอม “ยกเลิก-ลดเงินบำนาญ” กรมบัญชีกลาง แจงบิดเบือน ไม่เป็นความจริง

  โฆษกกรมบัญชีกลาง แจงกรณีข้อความส่งต่อกันเรื่อง “ยกเลิกและลดเงินบำนาญ” ไม่เป็นความจริง เตือนอย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน   วันที่ 4 ก.ค. 2563 นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยกรณีที่มีข้อความเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ และอ้างถึงการยกเลิกเงินบำนาญว่า “ข่าวใหม่ที่คนรับบำนาญน่าจะรับทราบไว้ก็ดี คือ กระทรวงการคลัง เริ่มโยนหินถามทางแล้ว คือคิดจะลดเงินของข้าราชการบำนาญลง เหมือนกับต่างประเทศที่หักดิบยกเลิกเงินบำนาญ ด้วยเหตุผลว่า พวกข้าราชการบำนาญไร้ประโยชน์....” โดยเรื่องดังกล่าวเป็นการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนและก่อให้เกิดความเข้าใจที่ผิดและตื่นตระหนก “ยุทธพงศ์” ยังสงสัยปมจีทูจีเรือดำน้ำ แนะจับตาประชุม กมธ.งบประมาณพรุ่งนี้ “วิษณุ” พลิ้วแค่ให้หยุดชั่วคราว ไม่ได้ปิดเหมืองทอง เกมวัดพลังในสภา-นอกสภา โฟกัสสถานการณ์ "รื้อ" รัฐธรรมนูญ "ลาก" เรือดำน้ำ ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับเงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ ขอชี้แจงว่า ข้อความข้างต้นไม่เป็นความจริง ปัจจุบันกรมบัญชีกลางยังไม่ได้รับนโยบายให้ลดหรือยกเลิกการจ่ายเงินบำนาญให้แก่ข้าราชการบำนาญ อีกทั้ง พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้นิยามคำว่าบำนาญ หมายถึง เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมาซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน กล่าวคือ มีเจตนารมณ์ที่จะตอบแทนการเสียสละปฏิบัติงานให้กับประเทศมาด้วยดีเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้น จึงขอเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าหลงเชื่อข้อความดังกล่าว. (ภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก กรมบัญชีกลาง The Comptroller General’s Department)     อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง กอช.คุยลั่นทุ่งผลตอบแทนทะลัก คนแห่สมัครสมาชิก 2.3 ล้านคน กรมบัญชีกลาง ยันยังไม่ "ลด-ยกเลิก" จ่ายเงินบำนาญแก่ข้าราชการบำนาญ

Read More

2563/08/30 17:14

ศบค. แจง ไม่เคยโบ้ยความผิดโรงแรม กรณีทหารอียิปต์ติดโควิด-19 แนะประชาชนระวังข่าวปลอม

แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand โพสต์เตือนข่าวปลอม กรณีข่าวที่ขึ้นพาดหัวไว้ว่า "ศบค. แถลงรัฐบาลไม่ผิด ทหารอียิปต์ติดโควิด-19 เป็นความผิดของโรงแรม" ทั้งนี้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ "หมอธีระวัฒน์" เผยสตาร์ทอัพไทย พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทดสอบได้ผลดีในลิง หายป่วยโควิด-19 ติดซ้ำได้ ภูมิคุ้มกันต่ำลงทุกเดือน เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย สนับสนุนทุเรียนไทย บุกตลาดเวียดนาม จากกรณีข้อความที่กล่าวถึง ศบค. ว่ามีการระบุถึงความผิดของโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ปล่อยปละละเลยให้ทีมงานทหารอียิปต์ลักลอบออกมาเที่ยว ทาง ศบค. ได้ชี้แจงว่า มิได้มีการกล่าวว่าเป็นความผิดของทางโรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่ง หรือกล่าวอ้างโจมตีด้วยถ้อยคำใดๆ อย่างที่เป็นข่าว โดยโฆษกศูนย์ฯ ยืนยันว่าใช้คำพูดอย่างระมัดระวังทุกครั้งที่แถลงการณ์เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ได้สร้างสรรค์ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก ศบค. สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) หรือโทร 1111 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ไม่ได้มีการกล่าวถึงว่าเป็นความผิดของโรงแรม. (ภาพและข้อมูลจาก แฟนเพจ Anti-Fake News Center Thailand)

Read More

2563/08/30 17:14

มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 17 นวดไทย สมุนไพรไทย สร้างสุขทุกวัย

          กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย จัดงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ และการประชุมวิชาการประจำปีการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อ “นวดไทย สมุนไพรไทย สร้างสุขทุกวัย”   ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แถลงข่าว การจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ และการประชุมวิชาการประจำปีการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ว่า การจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติทุกปีที่ผ่านมาได้รับความนิยมจากประชาชน เยี่ยมชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ ครั้งละไม่น้อยกว่า 200,000 คน แต่ปีนี้การจัดงานได้ปรับรูปแบบเป็น New Normal ตามที่รัฐบาลได้มีการผ่อนคลายระยะที่ 5 ให้กิจการ/กิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมากสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะการจัดประชุม นิทรรศการ และแสดงสินค้า ตามมาตรการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีจุดคัดกรอง การวัดอุณหภูมิร่างกาย พ่นมือทำความสะอาดด้วยสเปรย์แอลกอฮอล์ จัดตั้งจุดสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ ก่อนเข้างาน กำหนดเส้นทางเข้า-ออก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ การเว้นระยะห่าง และผู้จัดงาน เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ผู้เข้าชมงานทุกคน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในฮอลล์จัดแสดง กำหนดจำนวนคนเข้าชมงาน และถ่ายทอดกิจกรรมที่น่าสนใจ การอบรมตลาดความรู้ สาธิตการนวด การแสดงผลงานวิชาการ ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์กรมการแพทย์แผนไทย และมีคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยให้บริการรักษาและจ่ายยาแบบวันสต๊อปเซอร์วิส จองคิวผ่านแอปพลิเคชัน นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กิจกรรมภายในงาน แบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนวิชาการ ประชุมวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่น่าสนใจ เช่น การนวดไทย กัญชาทางการแพทย์ และแบบจำลองธุรกิจสมุนไพร ประกวดผลงานวิชาการ การอบรมตลาดความรู้ ฟรี 18 หลักสูตร โซนภูมิปัญญา (WISDOM) อาทิ นิทรรศการ “นวดไทย”, ลานวัฒนธรรมส่งเสริมและเชิดชูภูมิปัญญาการนวดไทย, ภูมิทัศน์สวนสมุนไพรจำลอง และจัดแสดงเครื่องยาสมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับการนวด, แจกหนังสือ/ กล้าไม้ /เมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจร โซนบริการ (SERVICE) บริการตรวจ ปรึกษาสุขภาพฟรี และโซนผลิตภัณฑ์ (PRODUCT) ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและอาหารสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐาน กว่า 500 ร้านค้า อาทิ มาส์กพอกเข่าสมุนไพร วาตะโย แบบลอกออก จาก วัดโพธิ์ นวัตกรรมเซรั่มมันแกว ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง คงความเป็นหนุ่มสาว, ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ก้าวไกลสู่ตลาดอินเตอร์จากร้านการบูร พร้อมเปิดตัวการใช้แอปพลิเคชันนวดไทย (Big Data) จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่าน ร่วมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติฯ ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 2 - 6 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 10–12 โดยภายในงานแจกสมุนไพร วันละ 300 ต้นฟรี.

Read More
ข่าวสารทั้งหมดmore

จำนวนศิษย์เก่า

การจัดการธุรกิจการบิน (หลักสูตรนานาชาติ)
การจัดการธุรกิจบริการสำหรับผู้สูงอายุ (หลักสูตรสองภาษา)
การปกครองท้องถิ่น
สิ่งแวดล้อมศึกษา
การจัดการการบริการและการโรงแรม (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)
การจัดการการบิน
การบริการในอุตสาหกรรมการบิน
การจัดการความขัดแย้งแบบบูรณาการ
นวัตกรรมวิทยาการจัดการสื่อสาร
การจัดการเพื่อความมั่นคง
การบริหารงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม
รัฐประศาสนศาสตร์
สิ่งแวดล้อมศึกษา
นวัตกรรมวิทยาการจัดการสื่อสาร
สิ่งแวดล้อมศึกษา
บริหารธุรกิจ
รัฐประศาสนศาสตร์

ดาวน์โหลดเอกสาร

Download List
Title : CERT-63-2
Uploader : admin
Title : CERT-63-6.pdf
Uploader : admin
Title : CERT-63-1.pdf
Uploader : admin
เอกสารทั้งหมด

ลิงค์ หางาน/สมัครงาน

Link / Detail List

บริษัท จ๊อบ มาร์เก็ต (ประเทศไทย) จำกัด ชั้น 17 อาคารโอลิมเปียไทยทาวเวอร์ 444 ถนน รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 โทรศัพท์ 02-512-3616 ฝ่ายขาย ต่อ #104 ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ต่อ #105 อีเมล์ info@jobmarket.co.th
https://www.jobmarket.co.th

บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 1 เอ็มไพร์ทาวเวอร์ 3 ชั้น 26 ยูนิต 2607-2608 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทร: +66 2 670 0700 แฟกซ์: +66 2 670 0711 อีเมล: cs@jobsdb.co.th
https://th.jobsdb.com

บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด เลขที่ 323 อาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ ชั้น 14 ห้อง 1402 เอ ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
https://www.jobthai.com

บริษัท ซูเปอร์ เรซูเม่ จำกัด เลขที่ 172/2 ซอยพานิชกุล สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม 10110 โทรศัพท์ : 02-853-6999 โทรสาร : 0-2711-1038 เว็บไซต์
https://www.jobtopgun.com

บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเค ดอท คอม จำกัด เลขที่ 625 อาคารทัศนียา ห้องเลขที่ ยูนิตเอบีซีดี ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 39 ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
https://www.jobbkk.com

All Link

ติดสอบถาม

home

ที่อยู่

วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์

call

โทร

02-529-0674 ต่อ 479
หรือ 02-909-30223

markunread_mailbox

Fax

02-909-3022

email

Email

cim@vru.ac.th